พลิคล็อค!จอมโหดยิง3ตุงโดนริบหมดก่อนแพ้ยิงโทษ4-5ส่งเปรูตัดชิลี

เปรู กลายเป็นทีมสุดท้ายที่ผ่านเข้าไปเล่นในรอบรองชนะเลิศ หลังยื้อเสมอกับ อุรุกวัยในเวลา 0-0 ก่อนโชว์ความแม่นยำซัดเข้าไปไม่พลาด ต่างกับ “จอมโหด” ที่ หลุยส์ ซัวเรซ ยิงไม่เข้าส่งให้ เปรู ชนะจุดโทษ 5-4 ผ่านเข้าไปตัดเชือกพบกับแชมป์เก่า ชิลี ในศึกโกปา อเมริกา รอบก่อนรองชนะเลิศ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 29 มิ.ย. ที่ผ่านมา

    ศึกฟุตบอล โกปา อเมริกา 2019 ที่ประเทศบราซิล เป็นเกมการแข่งขันในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ระหว่าง อุรุกวัย พบกับ เปรู ผู้ชนะของคู่นี้จะเข้าไปพบกับ ชิลี ที่ยืนรอในรอบรองชนะเลิศอยู่แล้ว    เกมเปิดฉากมาอย่างสนุก นาที 15 เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ หยอดมากลางประตูให้ หลุยส์ ซัวเรซ ได้เทกตัวโขกระยะ 12 หลา แต่บอลเหินคานออกไป ถัดมาไม่ถึงสองนาที นาอิตาน นานเดซ หลุดเข้าไปซัดด้วยขวาในกรอบ ทว่าแนวรับของ เปรู ยังมา
ตามบล็อคได้ทันก่อน กาเยเซ่ จะตามมารับเข้ามือ

    แม้ เปรู จะกลับมาครองบอลได้มากกว่า แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่เป็นชิ้นเป็นอัน และนาที 24 เกือบโดนลูกสวนกลับของ “จอมโหด” เล่นงาน เมื่อ หลุยส์ ซัวเรซ หลุดเข้าไปหลบแนวรับเปรูสองราย ก่อนอัดไปติดเซฟของ เปโดร กาเยเซ่ กระดอนไม่พ้นอันตรายมาเข้าทาง เอดินสัน คาวานี่ วอลเลย์ด้วยซ้ายแค่ 6 หลา เหินคานไปแบบเหลือเชื่อ กระนั้นผู้ตัดสินเป่าเป็นลูกล้ำหน้าจากจังหวะ ซัวเรซ ก่อนแล้ว

  นาที 29 แฟนอุรุกวัยเซ็งอีก หลัง จอร์เจียน เด อาร์ราสกาเอต้า ส่งบอลซุกก้นตาข่าย แต่ผู้ตัดสินก็เป่าไม่ให้ประตูหลัง นาอิตาน นานเดซ ที่ไหลบอลมาให้ดาวยิงจากบาร์ซ่ายิงนั้น อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าก่อน 

    แม้ฝนจะเทตกลงมาอย่างหนัก แต่ทั้งคู่ก็เล่นกันหนักไม่มีถอย นาที 37 อาร์ราสกาเอต้า แทงบอลตัดคู่เซ็นเตอร์แบ็กเปรูให้ คาวานี่ หลุดเดี่ยวเข้าไปยิงแต่บอลยังไม่ผ่าน เปโดร กาเยเซ่ ที่พุ่งมาบล็อคเซฟลูกได้ทัน

    จบครึ่งแรก อุรุกวัย ยังเสมอกับ เปรู อย่างสนุก 0-0

    ครึ่งหลัง นาที 57 อุรุกวัยพลาดโอกาสขึ้นนำ หลัง หลุยส์ ซัวเรซ ขยันตามไปกวาดบอลจากเส้นหลังเข้ากลางมาให้ ดีเอโก้ โกดิน ได้หวดเต็มเท้าแต่บอลสูงข้ามคานไป

    เกมผ่านไปครบหนึ่งชั่วโมง คาวานี่ หลุดเข้าไปยิงประตูเปรูได้แล้ว แต่ต้องดีใจเก้อ เมื่อ จังหวะดาวยิงจากเปแอสเชนั้นอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าไปก่อนแล้ว ทำให้สกอร์ยัง 0-0 เหมือนเดิม

    อีกครั้งที่ทัพจอมโหดต้องชวดได้ประตู หลังนาที 74 หลุยส์ ซัวเรซ ตามซ้ำบอลระยะเผาขนเข้าไปแล้ว แต่ผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงเป็นลูกล้ำหน้าของอุรุกวัยก่อน

    เปรู นานๆจะได้ลุ้นบ้าง นาที 76 โจวานี่ กอนซาเลซ แบ็กขวาได้ส่องไกลหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลก็พุ่งหลุดกรอบออกไปแบบไม่ได้ลุ้น

    จบการแข่งขัน เป็นอันว่า 90 นาทีจบลงไปยังตัดสินหาผู้ชนะไม่ได้ ทำให้ อรุกวัย ต้องดวลจุดโทษกับเปรู ซึ่งผลปรากฎว่า เปรู ยิงได้แม่นยำกว่าซัดเข้าไป 5 คน ขณะที่ อุรุกวัย กลายเป็น หลุยส์ ซัวเรซ ที่ยิงคนแรกไปติดเซฟของ กาเยเซ่ ส่งผลให้ทัพเปรูผ่านเข้าไปเล่นในรอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ หลังดวลเป้าชนะ 5-4 เข้าไปพบกับ ชิลี แชมป์เก่าที่ยืนรออยู่แล้ว ในวันที่ 3 กรกฎาคม นี้ 

  รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

        อุรุกวัย (4-4-2) : เฟร์นานโด มุสเลร่า – โจวานี่ กอนซาเลซ, ดีเอโก้ โกดิน, โฮเซ่ มาเรีย คิเมเนซ, มาร์ติน กาเซเรส -นาอิตาน นานเดซ (ลูกัส ตอร์เรยร่า น.57), โรดริโก้ เบนตานกูร์, เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ (คริสเตียน สตูอานี่ น.90+7), จอร์เจียน เด อาร์ราสกาเอต้า – หลุยส์ ซัวเรซ, เอดินสัน คาวานี่

        เทรนเนอร์ : ออสการ์ ตาบาเรซ

        เปรู (4-1-4-1) : เปโดร กาเยเซ่ – หลุยส์ อัดวินคูล่า, คาร์ลอส ซามบราโน่, หลุยส์ อัลฟอนโซ่ อับราม, มิเกล ตราอูโก้ – เรนาโต้ ตาเปีย, โยชิม่า โยตุน – อันเดร การ์รีโย่ (คริสโตเฟอร์ กอนซาเลส น.75), คริสเตียน กวยวา (ราอูล รุยดิอาซ น.85), เอดิซอน ฟลอเรส – เปาโล เกร์เรโร่

        เทรนเนอร์ : ริคาร์โด้ กาเรก้า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *